ความย้อนแย้งของเสรีชนไทย

หลังจากที่บทความภาษาอังกฤษเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ไปในกลุ่มมิตรสหาย มีการเรียกร้องให้ผู้เขียนช่วยแปลเป็นภาษาไทยเพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์และกระจายไปในวงกว้างมากขึ้น ผู้เขียนจึงขออนุญาตพูดเรื่องซ้ำ แต่เป็นภาษาไทยไว้ตรงนี้

หมายเหตุ: บทความนี้แปล/ปรับปรุงมากจาก HYPOCRISIES OF THAI LIBERALISM ซึ่งดัดแปลงมาจาก 20 Hypocrisies of Liberalism โดย John Hawkins.


มนุษย์ปุถุชนทุกคนมีความย้อนแย้งในตัวเองเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่เสรีชนไทย (ผู้ซึ่งอ้างตนเป็นผู้นำทางความคิด เจ้าตรรกะ มีตรรกะแม่นยำ ฯลฯ) สามารถแสดงตัวอย่างนี้ได้ชัดมาก เนื่องจากมีความย้อนแย้งในตนเองฝังอยู่ในความเชื่อผิดๆตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือตรรกะวิบัติและความย้อนแย้งอย่างไม่น่าให้อภัยได้

การที่จะเป็นเสรีชนไทยที่อยากถูกมองว่าอยู่ในแวดวงการเมืองไทยด้วยการเกาะกระแสต่างๆคือการที่จะต้องมีความย้อนแย้งระดับมากถึงมากที่สุดอยู่ในตัวตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนถึงเวลาเข้านอนแม้ว่าในความเป็นจริงเสรีชนไทยหลายคนมีหัวโขนหรือตำแหน่งเกี่ยวกับศีลธรรมจรรยาที่น่ารังเกียจ(มูลนิธิ นักข่าว โง่(NGOs) ฯลฯ)เพียงเพื่อบังหน้าและเป็นเกราะป้องกันตัวไม่ให้คนอื่นมาว่าพวกเขาเป็นคนหน้าซื่อแต่มีใจคดหากถูกจับได้ว่าทำอะไรที่เสื่อมเสีย ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่น่าเศร้ามาก

โปรดทราบ:ผู้เขียนมิได้หมายถึงเสรีชนไทยทุกท่านจะเป็นผู้ที่มีความย้อนแย้งในตนเองในทุกๆเรื่องที่จะกล่าวถึง แต่หมายถึงเสรีชนไทยบางกลุ่มเท่านั้น และเป็นเรื่องจริงที่ว่ากลุ่มอนุรักษ์นิยมซึ่งอยู่คนละขั้วกันสามารถย้อนแย้งได้ไม่แพ้กลุ่มเสรีชนไทยเช่นกัน เพียงแต่ว่าผู้เขียนไม่มีพื้นที่พอที่จะนำเรื่องราวมาบันทึกไว้ด้วยกันได้ ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย แต่ขอย้ำว่าผู้เขียนทราบว่าความย้อนแย้งเป็นได้กันทุกคนทุกกลุ่มทั้งนั้น

ผู้เขียนเชื่อว่าพวกเสรีชนไทยเชื่อว่า:...

  1. ...เป็นเรื่องยากมากที่จะปรองดองกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมในทุกๆเรื่อง เนื่องจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมมีความชั่วร้ายมากมายเกินกว่าจะหันหน้ามาพูดคุยกันได้ แต่พวกเขาสามารถที่จะพูดคุยกับแกนนำการเมืองสีหนึ่งที่บ้าคลั่งและพร้อมจะก่อการร้ายเผาบ้านเมืองได้เสมอ
  2. ...พวกเขาเป็นกลุ่มเดียวเท่านั้นที่มีใจบุญโอบอ้อมอารีย์เห็นอกเห็นใจคนยากไร้มากที่สุด แม้ว่าในความเป็นจริงนั้นกลุ่มอนุรักษ์นิยมจะเป็นผู้บริจาคและช่วยเหลือคนยากไร้มากกว่ากลุ่มเสรีชนไทยหลายเท่าตัว เราเห็นจากตัวอย่างกรณีฝากเงินธนาคารออมสินที่เกี่ยวกับนโยบายจำนำข้าวที่กลุ่มเสรีชนไทยบางคนเปิดบัญชี2พันบาทแต่เอามาอวดอ้างให้เป็นที่ขบขันกันไปพักนึง (ในกรณีนี้ครอบครัวผู้เขียนเปิดบัญชี2แสนบาททันทีโดยไม่ได้เอาไปกล่าวอ้างที่ไหน)
  3. ...พวกเขาไม่เหยียดใครทั้งนั้น ไม่ว่าเรื่องใด แต่พวกเขากลับสนับสนุนกลุ่มการเมืองสีหนึ่งซึ่งประกาศทำสงครามชนชั้น โดยเรียกตัวเองว่า "ไพร่" และโจมตีอีกฝ่ายว่าเป็น"พวกคนรวย"(~เลว) กรณีนี้เห็นชัดว่าแม้ในกลุ่มสื่อที่อ้างตัวเองว่าเป็นเสรีชนไทยได้ร่วมวงกับพวกพ้องของเขาโจมตีกลุ่มอนุรักษ์นิยมเช่นกัน เช่นการเขียนจดหมายเปิดผนึกจ่าหน้าถึงกลุ่มอนุรักษ์นิยมว่า "ม็อบผู้มีอันจะกิน" ซึ่งถือเป็นการเสียดสีและแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจน
  4. ...เราต้องลดปัญหาโลกร้อนอย่างเร่งด่วน โดยการไม่จุดเทียนในเทศกาลทางศาสนาหรือวันสำคัญอื่นๆ แต่พวกเขากลับไม่พูดอะไร ทำเงียบ เมื่อพวกพ้องของเขาจุดเทียนหรือแม้แต่แจกแผ่นพับในงานเรียกร้องสิ่งที่พวกเขาต้องการ ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นขยะสิ้นเปลือง
  5. ...พวกเขาเป็นกลุ่มเดียวในโลกเท่านั้นที่คอยดูแลปกป้องสิทธิของสตรีเพศ ทั้งๆที่พวกเขาสนับสนุนอดีตผู้นำทางการเมืองที่คนทั้งโลกรู้ว่าเซ็กซ์จัด เห็นผู้หญิงเป็นแค่ที่ระบายความใคร่ หรือการที่พวกเขาเงียบไม่พูดอะไรตอนแกนนำหญิงฝ่ายอนุรักษ์นิยมโดนลิดรอนสิทธิสตรีและถูกโจมตีเรื่องส่วนตัวอย่างรุนแรงเพียงเพราะว่าเป็นกลุ่มที่มีความคิดต่างทางการเมือง
  6. ...พวกเขาเป็นกลุ่มเดียวเท่านั้นที่ห่วงใยการศึกษาสำหรับผู้ยากไร้ แต่มีตัวอย่างมากมายชัดเจนว่าพวกเขาเหล่านี้สนับสนุนพรรคการเมืองหนึ่งซึ่งมีนโยบายชัดเจนว่าทำลายการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืนให้หมดไป
  7. ...ประเทศต้องไม่เป็นหนี้ ต้องไม่กู้เงิน! และมักยกตัวอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรที่สามารถชำระใช้คืนหนี้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ครบก่อนกำหนด (โดยไม่พูดถึงว่าเรื่องจริงคือการหาเงินกู้จากแหล่งอื่นมาชำระ IMF ซึ่งผู้คร่ำหวอดในวงการทางการเงินจะทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีนัยยะสำคัญต่อความเข้มแข็งทางการคลังแต่อย่างใด) และโจมตีรัฐบาลจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมด้วยวาทกรรมเช่น ดีแต่กู้ ฯลฯ (เมื่อต้องสร้างโครงการขนาดใหญ่) ในขณะที่เหตุเดียวกันนี้ถ้าเกิดในรัฐบาลที่พวกเขาสนับสนุนพวกเขาเลือกจะเงียบกริบสนิท
  8. ...บ้านเมืองต้องมีขื่อมีแป ทุกคนต้องได้รับเสรีภาพในการแสดงความเห็น แต่พวกเขากลับเงียบเมื่อแกนนำพรรคอนุรักษ์นิยมที่ไปปราศัยในถิ่นของฝั่งที่พวกเขาสนับสนุน โดนทำร้าย ขับไล่โดยการใช้ความรุนแรง
  9. ...พวกเขาเป็นกลุ่มที่สนับสนุนสิทธิของเพศที่สามแต่กลับเงียบเมื่อกลุ่มแนวร่วมที่เขาสนับสนุนโจมตีฝ่ายอนุรักษ์นิยมหลายคนว่าเป็นเพศที่สาม
  10. ...พวกเค้าคือเจ้าพ่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ( FREE SPEECH) ไม่มีใครหน้าไหนจะยิ่งใหญ่เท่าพวกเขาในเรื่องนี้ได้! แต่เมื่อพวกเขาโดนแย้งและไม่สามารถหาเหตุผลมาตอบโต้กลับได้ พวกเขาจะเลือกวิธีวิ่งหนีปัญหาโดยการอ้าง "สิทธิในการไม่รับฟัง" และประกาศงดการสื่อสารกับฝ่ายตรงข้ามทันที ทำครั้งสองครั้งพอฟังได้ แต่ทำบ่อยครั้งถือเป็นการปิดกั้นความเห็นของผู้อื่น ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้ต่างอะไรไปจากเผด็จการที่พวกเขากล่าวหา
  11. ...พวกเขาคือกลุ่มเดียวเท่านั้นที่เคารพกฏหมายและหวงแหนในรัฐธรรมนูญ แต่พวกเขากลับเลือกไม่รับในข้อกฏหมายข้อย่อยต่างๆมากมาย และเลือกรับในข้อกฏหมายที่เห็นว่าได้ประโยชน์กับตัวเอง และบ่อยครั้งสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฏหมายเองในหลายๆกรณี
  12. ...เป็นเรื่องชั่วร้ายมากที่รัฐบาลทหารกักขัง หน่วงเหนี่ยวพวกเขาที่บางคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในสังคมไทยก่อนหน้า และพวกเขาเลือกที่จะเห็นข่าวการใช้อาวุธสงครามเช่น M-79 ยิงใส่กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่พวกเขาเกลียดยิ่งนัก และเป็นการเลวร้ายที่กักขังพวกเขาบางคนที่แสดงความเห็นเป็นภัยต่อความสงบสุขส่วนรวม (ความเป็นจริงคือรัฐบาลทหารเข้ามาแก้ปัญหา สิ่งที่สำคัญคือความปรองดอง เพื่อให้การสร้างชาติสามารถกระทำได้อย่างราบรื่น แต่พวกเสรีชนไทยกลับต้องการสร้างเงื่อนไขใหม่ให้แตกแยกยิ่งขึ้น)
  13. ...พวกเขาเก่งและแสดงความกล้าหาญได้ทุกครั้งเมื่อต้องการที่จะพูดในแง่ลบเกี่ยวกับสิ่งที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมทำผิดพลาด แต่พวกเขากลับเงียบ เพิกเฉยและไม่แม้แต่จะวิจารณ์รัฐบาลที่พวกเขาเลือกมาว่ากระทำผิดอย่างไรบ้าง เช่นกรณีนโยบายจำนำข้าวที่ทำให้ประเทศชาติสูญเสียเม็ดเงินมหาศาลและเป็นหนี้ชั่วลูกชั่วหลาน
  14. ...พวกเขาระริกระรี้ดีใจทุกครั้งที่โลกตะวันตกวิจารณ์รัฐบาลฝ่ายอนุรักษ์นิยมอย่างรุนแรง พวกเขามักจะตามเกาะกระแสเช่นนั้นและร่วมโจมตีรัฐบาลฝ่ายอนุรักษ์นิยม แต่กลับเงียบทุกครั้งที่มีเหตุเลวร้ายเกิดขึ้นในโลกตะวันตก ซึ่งหลายกรณีเลวร้ายกว่าที่เกิดในประเทศไทยมากนัก ยกตัวอย่างเช่นกรณี Ferguson
  15. ...เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดแล้ว (แต่ไม่กล้าเปิดเผยตรงๆต่อสังคม) สำหรับการที่พวกเขากระทำสิ่งที่เรียกว่า "หลายมาตรฐาน" หรือ "ไร้มาตรฐาน" หรือ "ตามใจฉัน" (เหมือนเผด็จการที่พวกเขาต่อต้าน) หากการทำสิ่งนั้นๆจะนำพาซึ่งประโยชน์ที่เป็นผลบวกกับพวกเขา


ขอสรุปว่าความย้อนแย้งที่กล่าวมาเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในกลุ่มเสรีชนไทยซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าพวกเขาเหล่านั้นหลายคนไม่กล้ายอมรับความจริงเรื่องนี้ การแก้ปัญหาของประเทศไทยจะง่ายขึ้นหากคนไทยรับรู้สิ่งที่ผู้เขียนกล่าวมาและนำไปแก้ไข

หมายเหตุ 2: ผู้เขียนขอขอบคุณ คุณ วีรปัฐน์ วิบูลสวัสดิ์วัฒนา (Twitter: @LastIFound) ไว้ ณ ที่นี้ สำหรับการรวบรวมตัวอย่างที่เขาพบเห็นในโลก Social Media หากปราศจากข้อมูลสำคัญๆเหล่านั้น ผู้เขียนคงมิสามารถเขียนบทความนี้ขึ้นมาได้

* บทความนี้แปล/ปรับปรุงมากจาก HYPOCRISIES OF THAI LIBERALISM

 

Tribute




"FAREWELL TO THE KING RAMA IX, THE GREATEST KING OF KING..."

Read more in "KING RAMA IX"

------P.Vajrasthira-----

Twitter Updates




"I DON'T TWEET" - QUOTED FROM KIMI RAIKKONEN, my all time favourite F1 driver

Read more in "@Polthorn"

------P.Vajrasthira-----

Meet The Author




"Mathematician and Computer Scientist who spend most of time doing other things..."

Read more in "About"

------P.Vajrasthira-----